ชื่อเรื่องชื่อ ฝัน

ตอนที่ 1 เรื่องจริง

เรื่องมีอยู่ว่า ผมตื่นขึ้นมาในห้องนอนของพี่ชายของผมและผมก็ตกใจกับภาพที่เห็น.... “มันไม่เห็นเหมือนเดิมเลย”
ประตูห้องนอนเป็นกระจกใสสีชา มีภาพที่ติดไว้หลายภาพ เป็นภาพที่ผมทำขึ้นเอง ผมมองออกไปนอกประตู
ทุกอย่างมันเหมือนถูกทิ้งร้างไว้ 20 ปีมาแล้ว ผมตกใจก็เลยเปิดประตูเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ใช่ภาพหลอนเมื่อเท้าทั้ง
สองข้างแตะพื้นข้างนอกห้อง ผมได้เสียงดังวาบมาจากข้างหลัง ผมก็หันกลับไปดูที่ประตู กลายเป็นกำแพงกั้นห้อง
ผมตกใจมากและทุบกำแพงทั้งๆที่รู้ว่าไม่สามารถทำให้พังได้ ผมเดินออกจากบ้านด้วยน้ำตานองหน้า แล้วก็รู้ตัว
อีกทีว่าบ้านผมถูกปราสาทครอบเอาไว้ในขณะที่ผมตกใจผมเจอลุงผมจึงถามว่า “คุณลุงครับที่นี่ที่ไหนครับ”
คุณลุงตอบว่า “ปราสาทคันคัน หนูเอาสิ่งนี่ไปซะ ที่นี่นะอันตราย” แล้วคุณลุงก็ค่อยๆจางหายไป ผมพยายามจะ
คว้าคุณลุงแต่คว้าได้แต่กระดาษใบหนึ่ง สิ่งที่คุณลุงให้ก็คือเข็มขัดสีทองดำๆ ในกระดาษที่ผมคว้าไว้ได้เขียนโดย
มอโมร่า “ใครกันนะ” ผมเอะใจ ผมอ่านต่อ เขาเขียนว่า “เจ้าจะต้องเจอสิ่งต่างๆทั้งอุปสรรค ความทุกข์ ความ
อยากกลับบ้าน ความเศร้าโศกเสียใจ คำเตือนจงใส่ข้อมือที่คุณลุงให้เอาไว้” “อะไรกันนี่” ผมร้องขึ้นและก็มีปีศาจ
โผล่อออกมาจากความมืด ผมเห็นภาพนิมิตว่ามีเหล่านักสู้หกคนที่ต่อสู้กับเหล่าร้าย แวบหนึ่ง และผมก็สลบ
ไปเพราะถูกปีศาจเล่นงานเข้า

พอตื่นขึ้นมาก็อยู่ในถ้ำมีกองไฟอยู่ข้างทำให้ผมอบอุ่นในตอนนั้นเป็นตอนเย็น “นี่อย่าขยับตัวได้ไหมนายกำลังเจ็บ
อยู่นะ” ผมรู้สึกแสบที่หัวไหล่มากอาจเป็นแผลที่ปีศาจตนนั้นทำ ผมชำเลืองไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเธอไว้ผมยาว
สวยและน่ารักมากและเธอดูเหมือนจอมเวท มนต์ดำ

ตอนที่ 2 เพื่อนใหม่

“เสร็จแล้วละ” “ขอบคุณมากครับ” เธอถามว่า “ชื่ออะไรเหรอ” “โดนัท... แล้วเธอละ”

“เฮเลนน่า เธอเกือบตายแล้วละ พอดีชั้นเดินผ่านแถวนั้นก็เลยช่วยเธอได้”แล้วเธอก็ทำหน้าแบบมีปัญหา “เฮเลนน่า
เธอเป็นอะไรไป” “โดนัทเธอมีเข็มขัด ทองได้อย่างไรหรือว่าเธอเป็นหนึ่งในผู้กล้าหกคน” “อะไรคือผู้กล้าทั้งหก
และเข็มขัดทองละ” “เรื่องมีอยู่ว่าประตูปีศาจได้ถูกเปิดขึ้นเมื่อเหมือนหมื่นปีที่แล้วมีผู้กล้าหกคนเท่านั้นที่จะ
สามารถปิดได้สำเร็จเมื่อเหมื่อนปีที่แล้วและได้ปิดผนึกโดยนำเกราะทั้งหกของแต่ละคนเป็นเกราะสีทองดังนี้
1.เข็มขัดทอง 2ไหล่ทอง 3เกราะข้อมือทอง 4เกราะทอง(ที่ลำตัว) 5.หมวกทอง 6เกราะข้อเท้าทอง ทั้งหมดนี้
ผู้เฒ่าก็คือทวดของฉันท่านได้สร้างขึ้นมาเพื่อยุดยั้งมอโมร่าก็คือหัวหน้าปีศาจโดยให้เด็กหนุ่มหญิงสาว
ได้ใส่และปิดผนึกได้จนถึงเมื่อสองสามวันก่อนประตูได้ถูกเปิดออกโดยมอโมร่าที่ถูกขังภายในได้ปล่อยพลังความ
ชั่วทำให้คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่กลายเป็นซูก็คือตัวที่เธอเจอในตอนแรกไงนั้นแหละ หลังจากได้ปล่อยความชั่วตัวเอง
จะไม่สามารถออกมาได้แต่พวกซูได้ออกมาเดินเพ่นพ่านและปลุกเหล่านักรบของ มอโมร่ามีดังนี้ 1.ควีน 2.แจค
3.ดากค์ 4.แมงป่อง เรื่องก็มีแค่นี้และฉันก็เป็นนักรบหนึ่งในหก และเธอก็ด้วยฉันมีเกราะข้อมือทองส่วนเธอก็ม
ีเข็มขัดทอง ลองใส่เข็มขัดทองชิ” แล้วผมก็ใส่เข็มขัดทองและก็มีเกราะขึ้นมาและดาบยักษ์อยู่ข้างหลังผม
ในแนวขวางไปทางซ้าย ผม รู้สึกพลังที่เกิดขึ้นในตัวผมและพวกซูก็มาผมชักดาบด้วยสัญชาติยานและฟันเข้า
ที่ซูตายไปหลายตัวแล้วผมก็เก็บดาบเฮเลนน่าตกตะลึงไปเลย “สุดยอด”ผมและเฮเลนน่าพูดพรอมกัน “เราจะ
ไปไหนกันต่อละ” ผมถามขึ้น “เราก็ไปหาผู้กล้าคนอื่นไงละ”

ตอนที่ 3 ความหวังที่เป็นจริง

จากถ้ำที่ผมพบกับเฮเลนน่าจะสามารถเห็นป่าร้อนชื้นได้ผมจึงไป
ที่นั้นเป็นสถานที่แรกที่ผมผจญภัยเพื่อหาผู้กล้าอีกสี่คน
ผมลงเขาเพื่อไปป่าร้อนชื้นระหว่างทางผมและเฮเลนน่าได้ผลัดกันถามคำตอบคำไป
ตลอดทางจนใกล้ถึงป่าร้อนชื้นผมถามเธอว่า
“พ่อแม่เธอเป็นใคร ตอนนี้อยู่ที่ไหนเหรอ” เธอเงียบไปซักพักและน้ำตาก็เริ่มไหล “
คุณแม่ชั้น ตายตอนที่ไปเที่ยวภูเขากับคุณพ่อ
ท่านตกภูเขาตายหลังจากคุณแม่ตายพ่อก็เอาแต่อยู่ในห้องคนเดียวจนกระทั่งวันหนึ่ง
พ่อก็หายไปชั้นรอแล้วรอเล่าก็ไม่มีวี่แววที่จะเจอพ่อซักครั้งเลย
แล้วชั้นก็ไปค้นห้องพ่อเพื่อจะได้เจอเบอะแสอะไรบ้างแล้วก็เจอเกราะข้อมือทอง
สมุดเล่มหนึ่งและโน้ตถึงฉันเขียนโดยคุณพ่อท่านเขียนว่า
“ขอโทษนะลูกที่พ่ออยู่ด้วยไม่ได้เราคงจะได้เจอกันนะแน่”ส่วนหนังสือนะเขียนถึงเรื่อง
มอโมร่า
แค่นี้แหละ โอ๊ย..........อยากเจอพ่อจริงๆ”
ในขณะที่เธอพูดก็มีดาวตกทำให้เธอขออธิษฐานโดยไม่รู้ตัว
แล้วก็ถึงป่าร้อนชื้นในตอนนี่เป็นเวลาเช้ามืดมีแสงอ่อนๆแล้วก็มีเจ้าซูกระโดดมาหนึ่ง
ตัวขอโชว์เดี่ยวนะโดนัท”“เฮเลนน่าพูดขึ้น
“OK”
แล้วเธอก็ยิงเวทมนต์ไฟและน้ำแข็งใส่พวกซูแต่พวกซูหลบได้หมดเลยผมจึงต้องเข้าไป
ช่วยโดยการชักดาบขึ้นมาและฟันลงที่พวกซูตรงกลางเปะ
ผมชักดาบออกแต่พวกซูก็สามารถประกอบร่างได้เหมือนเดิม
“ฆ่ามันไม่ได้หรอก”แล้วก็มีคนกระโดดลงมาฟันที่ไหล่ซูและเข้าเก็บดาบใส่กระบอกน้ำ
และฟันอีกทีทำให้ซูตาย
“ฉันชื่อโจ”เขาตอบอย่างใจเย็น ที่ข้อเท้าเข้ามีเกราะข้อเท้าทอง
“คุณได้เกราะข้อเท้าทองได้อย่างไร” โจหันกับมาด้วยหน้าตายิ้มแย้มและพูดว่า
“ปู่คนหนึ่งให้มานะ” “ปู่คนนั้นอยู่ที่ไหนเหรอ” ผมถามขึ้น “
ตามชั้นมาซิ”และโจก็พาผมไปบ้านหลังหนึ่ง ดูเก่าๆโทรมๆ
“ผู้เฒ่าครับอยู่ในบ้านหรือเปล่าครับ” “อยู่... ทำไมเหรอ”ผู้เฒ่าตอบกลับ
สงสัยจริงๆว่าผู้เฒ่าหน้าตาจะเป็นอย่างไรคงจะแก่แน่เลย “มีคนอยากพบครับ”โจพูดขึ้น
“เข้ามาเลย”เฮเลนน่าก็รีบวิ่งตัดหน้าไปเปิดประตูและเธอก็ร้องขึ้น “พ่อ” “ลูก”
เฮเลนน่าและผู้เฒ่าก็กอดกันอย่างนาบแน่นผู้เฒ่ายังดูหนุ่มๆอยู่เลย
“ลูกดูสูงขึ้นและหน้ารักมากดูเหมือนแม่เลย” เฮเลนน่าทำหน้าเสร้านิดๆ
“พ่อทิ้งหนูได้อย่างไรทุกวันหนูคอยเฝ้าหาพ่อ...” “ พ่อขอโทษพ่อจะไม่ทำอีกแล้ว
แล้วอีกคนละลูก” “ผมโดนัทครับ”ผมรีบตอบทันที “ชื่อน่ากินจังนะ”
ผมหน้าแดงและทุกคนก็หัวเราะตกเก้าอี้เลยละ
“อ้อพ่อนึกออกและละว่าพ่อจะให้อะไรแก่ลูก”และเขาก็ลุกไปที่โต๊ะและเข้าก็หยิบอาวุธมา
ให้เฮเลนน่า
“หอกนี้ไม่ใช่หอกธรรมดานะความพิเศษก็คือ
สามารถเปลี่ยนลูกแก้วได้จะมีอยู่หกลูกมีดังนี้
1.ลูกแก้ไฟของผู้ที่สวมใส่เข็มขัดก็คือโดนัท
2.ลูกแก้วน้ำก็เป็นของผู้ที่สวมใส่เกราะข้อมือทองก็คือเธอ เฮเลนน่า
3.ลูกแก้วลมของผู้ที่สวมใส่เกราะข้อเท้าทองก็คือโจ
4.ลูกแก้วดินของผู้ที่สวมใส่เกราะทอง 5.ลูกแก้ววิญญาณของผู้ที่สวมใส่เกราะไหล่ทอง
6.ลูกแก้วอากาศของผู้ที่สวมใส่เกราะหมวกทอง แต่ละคนจะมีธาตุประจำตัว
เช่นโดนัทมีลูกแก้วไฟก็จะสามารถปล่อยไฟได้อะไรอย่างนี้นะส่วนที่สามารถเปลี่ยนลูกแก้ว
ได้นั้นจะสามารถสร้างพลังที่น่ากลัวได้
มีจารึกที่ทิ้งไว้ให้ผู้กล้ารุ่นต่อมาด้วยนะเขาบอกว่า “ดาบไฟ ดาบวิญญาณ ขวานคู่ดิน
หอกน้ำ หอกน้ำแข็งและถุงมือ อาวุธทั้งหกนี้จะมีลูกแก้วประจำดาบ
ลูกแก้วทั้งหกมาอยู่รวมกันจะมีนักรบคนที่เจ็ดมาหาทุกคนนั้นก็คือ
ไกกาดานักรบผู้จริงใจและสามารถสละชีวิตเพื่อทุกคนได้และที่พวกเราชนะโมมอร่าได้นั้น
เพราะไกกาดาปิดผนึกมอโมร่าโดยการเอาชีวิตของตัวเองปิดผนึกนั้นเป็นเรื่องน่าเศร้ามาก
แต่กับไกกาดาเข้าแทบไม่เสียดายชีวิตเลยเพราะเข้าได้ปฏิบัติหน้าที่เสร็จแล้วถึงแม้เข้าจะ
เป็นหุ่นก็เถอะนะ”ซึ่งแล้วยังมีก่อนหน้านี้อีกนะถ้าพวกเธออยากรู้ละก็หากันเอาเองนะเพราะ
ชั้นกะจะปักหลักอยู่ที่นี้แล้วละ”

ตอนที่ 4 เฮเลนน่า.......

หลังจากฟังจบโจก็พูดขึ้นว่า “ฉันอยากรู้เกี่ยวกับนักรบคนที่
7 จังเลยและฉันคิดว่าเราน่าจะ ตามหาจาลึกที่หายไปนะ” “ฉันเห็นด้วย”
เฮเลนน่าพูดขึ้น “งันเราไปลุยกันเลย”
โจพูดขึ้นด้วยความกระตือรือร้นส่วนผมก็ต้องคอตก
เพราะผมอยากรีบๆอัดพวกปีศาจเต็มทนแล้ว
ไม่นานพวกผมก็ออกจากป่าร้อนชื้นแล้วไปสุสานแห่งความตาย ที่อยู่หลังปราสาท
คันคัน
ระหว่างทางเราก็ได้เจอพวกซูและผมก็ได้ลองลูกแก้วไฟซึ่งผลก็ดีมากเพราะ
ไฟออกมาจากลูกแก้วทำให้พวกซูไหม้เกรียม
แล้วก็ถึงตาเฮเลนน่าเธอวาดลวดลายสะบัดหอกใส่พวกซู
ทำให้พวกซูกระเด็นออกไปด้วยแรงดันน้ำ แล้วโจก็ก้าวออกมาแล้วปล่อยพายุใส่พวกซู
พวกซูสลายไปแล้วเป็นการสู้ที่สนุกมาก เร้าใจมากๆ
พวกผมเดินต่อไปจนใกล้ถึงสุสานมากแล้ว แต่แล้วก็มีนกตัวใหญ่บินข้ามหัวเราไป
นกตัวนั้นดูมีพิรุธแล้วมันก็บินมาฉกตัวเฮเลนน่าไปแล้วก็ทิ้งจดหมายไว้ให้เราผมรีบรับ
จดหมายส่วนโจก็ได้แต่ยืนตะโกนเรียกเฮเลนน่า
ในจดหมายเขียนว่า “จงมารับแม่ยาหยีของแกไปภายในเวลา 1 สัปดาห์ ไม่งั้นเธอตายแน่
แล้วเอาพวกของแกมาเยอะๆด้วยละ ที่นัดพบที่หุบเขาแห่งความตาย”
ผมถึงกับอึ้งเพราะถ้าผมไปช้าเฮเลนน่าก็จะถูกฆ่าตาย “โจ
หุบเขาแห่งความตายอยู่ที่ไหน”
โจเงียบซักพักดูท่าทางเขาอึ้งเมื่อได้ยินชื่อหุบเขาแห่งความตาย
“หุบเขาแห่งความตายคือที่ที่....
พวกปีศาจเต็มไปหมดที่แน่เราจะเขาไปใจกลางได้ยากมากเพราะ” “มีอันตรายมากมาย”
มีอีกเสียงหนึ่งพูดขึ้น
เสียงพูดนั้นเป็นเสียงที่เย็นชามากรู้สึกถึงความน่ากลัวของเจ้าของเสียงและแล้วเขาก็
กระโดดลงมาจากต้นไม้ที่อยู่ข้างๆเรา
“ข้าชื่อโม” ผมชำเลืองไปเห็นไหล่ทอง
“ไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายจะไม่สามารถปกป้องผู้หญิงได้”
“ว่าอะไรนะ”โจโมโหมากและแทบจะชกกับโมแต่ผมหยุดเขาไว้ได้ก่อนที่เขาจะชกโม
“คุณคือหนึ่งในนักรบทั้งหกใช่ไหม” ผมถามในขณะนั้นโจก็ใจเย็นลง
“ใช่แล้วจะทำไมจะขอร้องให้ไปช่วยผู้หญิงเหรอ
ฉันนะจะช่วยคนที่รู้เรื่องนักรบคนที่เจ็ดและก็มีเกราะสีทองประจำตัวเท่านั้นด้วย”
“พวกเรามีทั้งสองอย่าง
นี่ไงเกราะทองของเราและนี่ก็คือศิลาที่เล่าเรื่องนักรบคนที่เจ็ด”
ผมยื่นศิลาให้เขาดูเขาอ่านซักพักและเชื่อว่าเรามีครบทั้งสองข้อ
“ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรและถูกจับไปไว้ที่ใด”
“เฮเลนน่าถูกจับไว้ที่หุบเขาแห่งความตาย” ผมตอบ
โมทำหน้าตาดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
“เราต้องรีบไปตอนนี้เลยไม่งันเราจะไม่ทันเฮเลนน่าจะถูกฆ่าตายก่อน....จากตรงนี้จน
ถึงหุบเขาแห่งความตายมันไกลมากถ้าเราเดินไม่หลับไม่นอนก็จะสามารถถึงได้ถายในสามวัน
แต่ถ้าเราเดินตอนเช้าพักตอนกลางคืนเราก็จะสามารถถึงวันที่หก”
“งันเราก็ออกเดินทางกันเลยเร็วเข้า”
โจพูดขึ้นด้วยความรีบร้อนและแล้วก็มียักษ์ออกมาสองตัวพร้อมกับดาบยักษ์ผมและโจชักดาบ
ออกมาแต่โมวิ่งไปหาศัตรูแล้ว
โมโชว์เพลงดาบของเขา
เขาหมุนดาบไปแนวนอนรอบร้อยแปดสิบองศาทำให้ยักษ์ขาดเป็นสองท่อนพวกผมได้แต่ตะลึง
กับความเร็วของโม
“โมฉันมีของให้นาย”ผมพูดขึ้นในขณะที่ผมยื่นลูกแก้ววิญญาณให้
โมพร้อมกับอำๆอึ้งๆ “มันคืออะไร”โมถาม “ลูกแก้วแห่งวิญญาณ
มันเป็นลูกแก้วที่ช่วยให้นายมีพลังมากขึ้น
และถ้าเอาไปใส่กับดาบหรืออาวุธประจำตัวซึ่งจะทำให้เราเรียกสัตว์อสูรของแต่ละคน”
ผมตอบ “งั้นเหรอน่าสนใจนี่ฉันจะรับไว้” “ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ไป
ไปช่วยเฮเลนน่ากัน”
ว่าแล้วทุกคนก็ออกเดินทางโดยไม่หยุดไม่หย่อนผมและทุกคนลำบากมากมีแต่พวกปีศาจวิ่งไป
วิ่งมาอยู่ตลอด
ช่างเหนื่อยเหลือเกินทั้งง่วงอ่อนเพลียมากแต่เพื่อเพื่อนของเราผมก็ยอม
ในที่สุดก็ถึงหุบเขาแห่งความตายด้านหน้าเป็นลาวาไหลเป็นเส้นเล็กบ้างใหญ่บ้างเต็มภูเขาด้าน
บนก็มีประสาทหลังเก่าๆจวนเจียนจะถล่มลงมาเมื่อไรก็ได้ดูน่ากลัวมากและท้องฟ้าที่นั้นก็มืด
มากจนเกือบจะมองอะไรไม่เห็นอะไรเลย
และแล้วผมก็กวาดสายตาไปเห็นเฮเลนน่าที่อยู่ด้านข้างบนของปราสาทเธอกำลังหมดสติและ
ก็มีปีศาจล้อมรอบเธอไว้...............

ตอนที่ 5 ลุย!

ผมชี้ให้ทุกคนเห็นว่าเฮเลนน่าอยู่ที่ไหน
โจเริ่มกัดฟันว่าทำไมเราไม่ดูแลเพื่อนดีๆเขารู้สึกกลุ้มใจมาก ส่วนผมก็กังวลใจ
ส่วนโมก็เฉยชาไร้อารมณ์จริง
แล้วทุกคนก็ตกลงว่าจะไปช่วยเฮเลนน่าโดยขโมยตัวเฮเลนน่าอย่างลับๆเพราะพวกมันก็
ขโมยเฮเลนน่าเหมือนกันฉะนั้นเราต้องใช้แผน
หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง
จะเป็นทางที่ดีที่สุดแล้วทุกคนก็วิ่งไปยังหน้าปราสาทแต่ก็ต้องตะลึงกับความหายนะ
ที่กำลังคืบคลานเข้ามาสู่พวกผม
และมีท่าทีว่าพวกซูจะรู้ตัวแล้ว และแล้วประตูที่ดูเก่าและโทรมก็ค่อยๆเปิดออกมา
มีไอควันสีม่วงอ่อนๆอยู่ที่พื้นลอยออกมาทุกคนรู้สึกได้ถึงความชั่วที่แผ่ออกมาอย่างแรงมากๆ
แล้วก็มีเงามืดค่อยๆออกมาจากประตูแล้วก็มีหัวของม้าสีดำและดวงตาเป็นสีเขียวโผล่ออกมา
แล้วก็เป็นโครงกระดูกที่หุ้มชุดเกราะทั่วตัว
มีผ้าคลุมอยู่ที่ข้างหลังและดาบเล่มโตอยู่ข้างหลังด้วย ท่าทางจะเป็นแม่ทัพแห่งนี้
“มันชื่อดากาดะอดีตเป็นแม่ทับเมืองของฉันเอง
พ่อฉันเคยเล่าให้ฟังว่ามันนะขายวิณยาญให้กับมอโมร่า
ไม่น่าเชื่อว่ามันยังอยู่”โมพูดขึ้นและทำสีหน้าแบบเจ็บแค้นมาก
“ไม่ต้องหลบโมและคนที่มาช่วยเพื่อนของเธอด้วย”ดากาดะหยุดขี่ม้าและหันหน้ามามองโม
โมจ้องตาเขมง โมค่อยๆเดินออกมาผมและโจก็เดินตามด้วย “หึ!
ไอ้โครงกระดูกยังมีหน้ามาพูดกับข้าอีกหรือไอ้คนทรยศ ...
ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาในที่สุดก็พบคนที่ฆ่า เพื่อนของฉัน พ่อ แม่
และทุกคนที่ฉันรัก....
พวกนายไปก่อนฉันขออยู่ตรงนี้เพื่อสู้กับดากาดะทีนี้แหละจะได้รู้ซะทีว่าฉันจะได้แก้แค้นให้
ทุกคนหรือจะได้นอนตายตามพวกเขา
เข้ามาเลยดากาดะ” แล้วโมก็วิ่งไปสู้ส่วนผมกับโจก็วิ่งเข้าไปในประสาท โจก็ถามผมว่า
“ทำไมนายไม่ช่วยโม” ผมตอบกับไปว่า “นายดูสีหน้าของโมไหม
หน้าของโมตอนนี้นะเขาโกรธแค้นและมุ่งมั่นมากฉันถึงไม่ช่วยเขา” กลับไปยังที่โม
การต่อสู่ที่โชกโชน
ฟ้าผ่าลงสว่างมากจนจุดที่มืดๆยังสว่างจ้านั่นเปรียบเสมือนว่าเริ่มการต่อสู่ได้
“เจ้าดากาดะจงตาย หากกก” “ข้าก็จะฆ่าเจ้า”
ทั้งสองคนพุ่งเข้าหาใส่กันเพื่อที่จะต่อสู้แบบเสือปืนไวสายฟ้าแลบ
ผลก็คือโมบาดเจ็บสาหัส แต่ดากาดะแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โมหัวเราะ เล็กๆ
“ในที่สุดเราก็ทำสำเร็จ” แล้วโมก็สลบไป แต่เรื่องยังไม่จบเพียงแค่นั้น
ดากาดะได้พื้นคืนชีพขึ้นมา “ฮะฮะฮะฮะ
เจ้าโมเอยยังเด็กแต่ทำให้ตัวข้าแตกได้นับว่าเจ้าเก่งกว่าผู้ใหญ่บางคน แล้ว”
แล้วดากาดะก็หนีไป กลับมาที่ผม ทุกที่มีแต่กับดักผมละโดนไป หนึ่งครั้งโจก็โดนไปสอง
ครั้งตอนนี้ พวกเราก็ไปถึงชั้นบนสุดก็เห็นแค่ดากาดะและเฮเลนน่าที่กำลังสลบ
“หานี่เจ้าสามารสเอาชนะโมได้หรือ” โจพูดขึ้น
“ไม่ใช่ข้าตังหากที่แพ้เพราะโมสามารถทำให้ตัวข้าแตกได้แต่เขาก็บาดเจ็บเหมือนกัน
ตอนนี้สลบอยู่” ผมกับโจเริ่มฟิวส์ขาดมีพลังรอบตัวผมและโจ
พลังของผมเป็นสีแดงส่วนโจเป็นสีเขียว “อะไรกันนี่ทำไมเราถึงมีพลังมากขนาดนี้”
และทันใดนั้นท้องฟ้าก็ไม่เป็นใจ ฝนเริ่มตกและมีท่าทีว่าจะหนักขึ้นเรื่อยๆ
ในตอนนี้เฮเลนน่าก็ตื่นขึ้นมาและเธอก็กรีดดังลั่น
ในจังวะนั้นเองผมและโจก็ได้ร่วมฟันตัวของดากาดะให้กลายเป็นสามท่อน
“เฮเลนน่าเป็นไรไหม” “ไม่จ๊ะ ขอบคุณนะที่มาช่วยนะโจและก็โดนัท” “ไม่เป็นไร
เรารีบหนีไปจากที่นี่กัน เร็ว”ผมทักขึ้น “ไม่เป็นไรฉันมีวิธีที่ดีกว่านั้น”
เฮเลนน่าพูดขึ้นแล้วเธอก็ร่ายคาถาใส่ฝนที่กำลังตกย่างหนักและมีท่าทีว่าจะเป็นพายุซะด้วย
และแล้วก็มีกลุ่มเมฆลอยอยู่ตรงหน้า
“เอาละขึ้นไปบนก้อนเมฆนั่นเราก่อนที่พลังเวทมนตร์จะหมด”
ทุกคนจึงรีบขึ้นก้อนเมฆและก้อนเมฆนั้นก็ค่อยๆลอยลงมาบนพื้น
ตอนนี้ทุกคนก็ต้องตกใจทว่าโมได้นอนนิ่งไม่ขยับขนาดเขย่าแรงๆก็ยังไม่ตื่น
ตโกนเท่าไรก็ไม่ได้สติ พวกเราไม่รู้จะทำอย่างไรจึงต้องแบกเขากลับไปที่หมู่บ้าน
โจเป็นคนแบกโมระหว่างทางก็มีปีศาจบ้างแต่น้อยผ่านไปแล้วแปดวันเราถึงจะมาถึงหมู่บ้าน
ที่อยู่ใกล้ที่สุดแต่ทว่าในหมู่บ้านนั้นมีแต่หมอกมีคนเดินอยู่น้องมากราวกับมีอะไรบางอ่างที่ทำ
ให้ผู้คนไม่ออกมาจากบ้าน
ผมเดินลงจากเมฆที่เฮเลนน่าสร้างขึ้น

ตอนที่ 6 โมบาดเจ็บหนัก

ผมเริ่มเดินหน้าไปเรื่อยๆเพื่อหาคนมาช่วยแบกโม ผมเริ่มเคาะประตูบ้าน
เคาะอยู่สองสามบ้านจึงเจอกับคนที่พอช่วยได้
“สวัสดีครับมีอะไรหรือครับ”เด็กชายถามบ้านนั้นถามด้วยใบหน้าที่หวาดระแวง
“ผมมาหาคนที่พอช่วยเพื่อนผมครับแล้วน้องรู้จักร้านหมอบ้างไหม”
“เออ....ท่าทางท่านมาใหม่ แต่ที่นี่คือร้านหมอครับ”เด็กชายพูดพลางยิ้มเจิ่นๆ
ผมจึงไปเรียกทุกคนมาแล้วให้เด็กพาโมไปหาหมอ โจและผมก็เดินตามเด็กไปส่วน
เฮเลนน่าก็นั่งพักตรงเก้าอี้ไม้ เธอรอ ผม โจ และโมเช็ดบาดแผลและรักษาแผล
ในขณะนั้นเองคุณหมอก็ออกมา“เออ....เพื่อนคุณที่ชื่อโมนั้นเขาอยู่ในช่วงวิกฤตมาก
ถ้าคุณพามาช้าซักวันถึงสองวันเขาก็ตายแล้วแต่การรักษาครั้งนี้มันต้องใช้ทั้งเงินที่
มากและต้องใช้ต้นไม้ที่ชื่อว่า
เฟเทรีอง (เฟ-เท-รี-อง)ซึ่งต้องหามาจากที่ภูเขามอนมอน
ภูเขานี้อยู่ห่างจากที่นี่ไปซัก...สองถึง สามกิโลเมตร” ทุกคนทำหน้าไม่ค่อยสบายใจ
“เออ..เอาอย่างนี้ไหมครับ
คือผมจะไม่คิดเงินแต่พวกคุณจะต้องทำอะไรบางอย่างให้หมู่บ้านของผมก่อน”
“แล้วเราจะต้องทำอะไรเหรอ”โจพูดอย่างรวดเร็ว
“คุณเป็นหัวหน้าหมู่บ้านนี้เหรอครับ”ผมทักขึ้น “ใช่แล้ว เอาละเข้าเรื่องเลย
พวกคุณเป็นนักรบหรือเปล่า” “ก็ไม่เชิงครับ” “งั้นเหรอ
อืม...แล้วพวกคุณเคยกำจัดปีศาจที่ชื่อซูหรือไม่” “นับไม่ ท่วนครับ”
“งั้นดีเลยที่ภูเขามอนมอนนั่นมีปีศาจอยู่หลายตัวเลย
ถ้าพวกคุณช่วยกำจัดไปให้หมดละก็คราวนี้คุณจะได้ไปเก็บดอกไม้
เฟเทรีองและไปกำจัดพวกปีศาจด้วยละ”
“งั้นเราขอพากโมด้วยนะครับ”ทุกคนก็เดินออกไปนอกร้าน
“เราไปกันได้แล้วอย่าให้โมรอเรานานนะ”เฮเลนน่าพูดขึ้น
แล้วทุกคนก็ออกเดินทางไปยังภูเขามอนมอนแต่ก็ต้องเจอหมอกหนาทึบ
“มองอะไรไม่ค่อยเห็นเลย”ผมพูดขึ้น “งั้นเรานั่งเมฆไปแล้วกัน” โจทักขึ้น
“ก็ดีแต่ตอนนี้ฝนยังไม่ตกนะเราคงใช้เมฆไม่ได้แล้วคงต้องเดินไปแล้วละ”เฮเลนน่า
พูดขึ้น
“แต่เรามีหมอกอยู่นิก็ใช้เวทมนต์ใส่ไปในหมอกให้หมอกจัดตัวเป็นก้อนไง” ผมเสนอ
ความคิด
“จริงซิ ทำไมเราคิดไม่ออกนะ” โจพูด
“งั้นฉันจะร่ายเวทละนะ”แล้วเธอก็ร่ายเวทใส่หมอกให้กลายเป็นก้อนขึ้นมา
ทุกคนก็ขึ้นไปนั่งบนก้อนเมฆแล้วก็ลอยไปที่ภูเขามอนมอน
ในขณะที่เมฆลอยไปในอากาศก็มีลมเย็นๆพัดผมตลอดมันทำให้ผมก็สึกง่วงนอนมาก
ผมเลยหลับไปแล้วฝันว่า ผมหลงป่ากับทุกๆคนในภูเขาสักแห่งที่ผมไม่เคยเห็น
มันเงียบมากจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นอยู่ตลอดเวลา
แล้วทุกคนก็หายไปเพียงแค่ผมหันไปข้างหน้าแล้วหันกลับมาทุกคนหายไปหมดราวกับ
ว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่อยู่แล้ว
เหมือนผมคิดไปเองว่าพวกเขาอยู่กับผมตลอดเวลา
แล้วผมก็ตื่นเพราะอะไรบางอย่างมาปลุกผมนั่นก็คือแรงกระแทกของเมฆที่ลงจอดบนพื้น
“เอาละถึงเล้วไปกันเถาะ” เฮเลนน่าพูดขึ้น
“เราว่านะน่าจะทำเครื่องหมายไว้ที่ต้นไม้นะเพื่อเราหลงทางจะได้รู้ว่าจะกับทางไหน”
ผมพูดขึ้นเพราะกลัวทุกคนจะหลงทาง
แล้วเราก็เดินไปเรื่อยๆจนไปเจอกับกลิ่นที่เหม็นขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับเห็นซากศพของคนและ
ปีศาจมากขึ้นเรื้อยๆ
ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไรก็ได้กลิ่นและซากศพมากขึ้นทุกทีแย่ละซิทำอย่างไรดีตอนนี้เราหลงทาง
แล้วแต่เรายังอยู่กันครบถ้วนอยู่ทุกคน
“แย่ละซิ” เฮเลนน่าพูดชนิดอย่างกลัวผีอย่างแรง ผมก็เสียวสันหลังวูบมาก มันเสียว
ปรีดไปทั่วร่างกาย “เราว่ารีบเดินไปไหนก็ได้อย่ายืนอยู่เฉยๆได้ไหม”
โจพูดแบบอาการเดียวกันกับเฮเลนน่า
พวกเราก็เลยเดินจับตัวกันอยู่ตลอดเวลาแล้วก็เดินไปข้างหน้าอย่างหวาดกลัว
แต่ในที่สุดก็เจอดอกเฟเทรีองหลายต้นก็จริงแต่ดอกพวกนี้เหี่ยวเฉามากมีแคต้น
สองต้นเท่านั้นที่ยังดูดีอยู่ผมก็เลยเด็ดมาเกือบหมดเลยยกเว้นดอกที่ใกล้ตายแล้วต่อมาผมก็เดิน
ไปอีกราวครึ่งชั่วโมงผมก็เริ่มสงสัยว่าทำไมเราเดินแล้วยังไม่เห็นซูสักตัวผมเลยบากให้เฮเลนน่า
สร้างก้อนเมฆขึ้นมาเพื่อจะได้มองจากที่สูง
ปลากดว่าพวกซูกำลังมุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านที่โจพักอยู่
“แย่ละซิทำไงดีละซูกำลังไปที่หมู่บ้าน
มิน่าละเราเดินอยู่นานสองนานยังไม่เห็นพวกซูเลย” โจพูดอย่างตกใจ
“รีบไปกันเถาะ”ผมพูดขึ้นอย่าง รีบเร่ง

ตอนที่ 7 อย่าเป็นไรนะ

แล้วเมฆก็ค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้นอยู่ตลอดเวลาใกล้ถึงหมู่บ้าน
ทุกคนทำหน้าเคร่งเครียดอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมากก่อน ใกล้แล้ว
ใกล้ถึงหมู่บ้านแล้วเราเห็นซูอยู่ข้าหลังเราแล้วผมก็ลงจากเมฆโดยที่เมฆยังไม่จอดลงกับพื้น
ความสูงที่ผมกระโดดลงมาคง
เมตรครึ่งได้ “โดนัทเธอจะบ้าเหรอเหดียวตกไปถ้าขาแพลงจะทำไง” แต่ผมฟังไม่ทัน
ได้ยินแต่เสียงเฮเลนน่าพูดแต่จับความไม่ได้เลยซักนิด ผมวิ่งไปกำดอกเฟเทรีองไป
หาร้านหมอที่โมอยู่อย่างไม่คิดว่ามีโจกับเฮเลนน่าอยู่ข้างหลังตอนนี้ผมคิดอย่างเดียวคือผม
ต้องไปเตือนหมอกับชาวบ้านก่อนที่ซูจะมาถึง
หมอที่อยู่ในร้านตกใจอย่างแรงที่ผมมาอย่างไม่ให้เสียง “แฮ แฮ แฮ หมอ แฮ
ผมเอาดอกไม้มาให้แล้ว แฮ แฮแล้วก็ซูกำลังมาที่หมู่บ้านนี้” “หา แย่ละเจ เจ
เจอยู่ไหนกดกริ่งเตือนภัยด่วนเลย เร็ว” หมอพูดอย่างตกใจและเร่งรีบยิ่งกว่าผมอีก
“ครับ”มีเสียงหนึ่งพูดขึ้น “หวอ ๆๆๆ” เสียงเตือนภัยเตือนขึ้น “หา เสียงอะไรอะ
แต่ช่างมันเถอะรีบไปหาโดนัทกันเร็ว” โจพูดขึ้น “อืม”
เสียงผู้คนเริ่มดังขึ้นทุกทีต่างคนก็หอบข้าวของกันชุนลมุนไปหมดแทบจะกลายเป็นเสียงของ
คนเมืองใหญ่ที่มีแต่เสียงเอะอะกันทั้งวัน
“เอาละแล้วเธอจะขัดขวางยังไงละพวกซูนี่” “ง่ายมาก
ขอแค่ให้ทุกคนไปหลบในที่ๆหนึ่งแล้วอย่าได้ให้ใครออกมา
เพราะมันจะทำให้การต่อสู้ลำบาก” “ได้ๆ”ผมกับหมอสนทนากันอย่างรวดเร็ว “โดนัท
นิกว่าหายไปไหนที่แท้ก็มาคุยที่นี่เอง เร็วข้างนอกชุนลมุนกันหมดแล้ว”
เฮเลนน่าพูดในขณะกำลังหอบ “อืม หมอฝากดูแลโมด้วยนะครับ”
แล้วผมก็ยื่นดอกไม้ให้แล้วก็เร่งฝีเท้าออกไปนอกห้องและไปที่หน้าประตูเมือง
ผมแลเห็นผู้คนต่างๆนาๆวิ่งกันใหญ่มีเด็กหลงทางและร้องไห้นั่งอยู่ข้างทางผู้คนวิ่งกันโดย
ไม่สนใจใคร
ผมว่าตอนนี้พวกเขากำลังหนีเอาชีวิตรอดโดยไม่สนใจใครเลย ผมวิ่งไป วิ่งไป
จู่ๆก็มีเสียงในใจบอกว่า “อย่าได้ออกไปเป็นอันขาด อย่าไดไปเป็นอันขาด”
แต่ผมก็ไม่ฟัง แล้วผมก็ได้มาถึงหน้าประตูผมเห็นปีศาจมากมายเป็นฝูง
หรือจะเรียกว่าเป็นกองทับที่ใหญ่ที่สุดที่ผมเคยเห็นมาก็ได้ “โอ้โห ทำไงดีละแค่เรา
สามคนคงไม่พอที่จะต่อสู้หรอก” โจพูดอย่างหวาดกลัว
“ไม่หรอขอให้เราใช้เวทมนตร์ก็พอโดยการโจนายใช้เวทลมพายุที่ใหญ่ที่สุด
เท่าที่นายจะทำได้ก่อนแล้วเราจะยิงเวทไฟใส่เข้าไปอีกให้กลายเป็นพายุไฟ
แล้วต่อด้วยน้ำของเฮเลนน่าใส่เข้าไปอีกจะทำให้พายุแข็งตัวกลายเป็นก้อนหิน โอเคนะ”
“โอเค” แล้วทุกคนก็ตั่งกาดเตรียมตัวต่อสู้ แล้วพวกปีศาจก็ค่อยๆวิ่งลงมาจากภูเขา
“พร้อมนะ”ผมพูดขึ้น “พร้อมอยู่แล้ว”โจพูด
แล้วทุกคนก็วิ่งไปข้างหน้าแล้วก็ทำตามแผนทุกคนทำหน้าพยายามสุดความสามารถแล้วก็เสร็จ
เราสามารถทำได้แล้วทำให้ก้อนหินค่อยๆเอนไปมาแล้วก็ทับพวกปีศาจ
“เยเราทำได้” โจพูด “สุดความสามารถแล้วนะ” เฮเลนน่าพูด “ฮิฮิ” ผมหัวเราะ “ไปรีบ
ไปต่อสู้กันเร็ว” เฮเลนน่าพูดให้กำลังใจ
แล้วเวลาก็ผ่านไปอย่างเชื่องช้ามากแล้วก็เหนื่อยมากด้วย
ผมก็ต่อสู้ไปเรื่อยๆจนพวกซูถอยไปทั้งหมด “อย่างกับนรกแตกแนะ” โจพูด
“ใช่เห็นด้วยอย่างยิ่ง” เฮเลนน่าพูด “กลับไปดูที่หมู่บ้านกันเร็ว”
ผมเริ่มกังวลว่าปีศาจอาจจะไปทางด้านหลังของหมู่บ้าน “อืม” แล้วทุกคนก็วิ่งไป
ปรากฏว่าโมเดินออกมา “โมทุกคนเป็นห่วงนะออกมาทำไม” “มันยังไม่จบแค่นี้หรอก
มันจะมาในไม่ช้า” โมพูดในเสียงที่เจ็บใจ ที่ไม่ได้ทำอะไรเลย
“นายไม่ต้องห่วงหรอกน่าพวกเราจัดการหมดแล้ว” โจพูดในน้ำเสียงให้กำลังใจกับโม
“รีบเข้าไปในร้านหมอกันเร็ว” เฮเลนน่าพูด “คุณหมอครับช่วยมาดูทางนี้หน่อยครับ”ผมพูด
“หมอไปไม่ได้เธออะ มาที่นี่”เสียงของหมอได้ยินแผ่เบา “โจมากับเรา
ไปช่วยหมอประถมพยาบาลเร็ว เฮเลนน่าเธอไปทำแผลให้โมเร็ว” ทุกอย่างเหมือนมันไปเอง
เวลาเริ่มเร่งรีบทุกอย่าดูเร็วขึ้น ผมวิ่งไปที่หมออยู่
สภาพที่ผมเห็นยังมีคนบาดเจ็บมากมาย
คนที่ยังช่วยตัวเองได้ก็ช่วยคนอื่นที่บาดเจ็บมากกว่า
มีบ้านถ่มเพราะแรงจากพลังงานของธาตุสามธาตุรวมกัน
“โอไม่นะเพราะพวกเราทำให้บ้านถล่มไปหลายหลัง” โจพูด “เอาอย่ามัวยืนอึ่ง รีบเร็ว”
ผมพูด

ตอนที่ 8 ความแย่ที่ซ้ำซ้อน

“เฮ หู หู หะ เฮ หู หู หะ” เสียงมันก้องกังวาน
“มันเกิดขึ้นแล้ว”โมพูดในขณะเฮเลนน่าประคองมา
ผมเหลียวไปมองโม ด้วยความที่เข้าใจว่าโมพูดถึงอะไร
“ไม่ต้องเป็นห่วงกองทัพมันน้อยลงแล้วอีกอย่างมันก็ทำเสียงให้เราเสียขวัญ
”ไม่ต้องห่วง” ผมพูดเพื่อให้โมสบายใจ “ดูนั่นซิ”
กองทัพบางส่วนได้วิงลงมาตามพื้นราบที่ขรุขระมีแต่หินอย่างเดียว
“งั้นเดียวเราจะไปสู้เอง พวกนายดูคนเจ็บต่อไปถ้ามีอะไรเดียวค่อยเจอกัน”
แล้วผมก็รีบวิ่งออกไปโดยรู้ว่านั้นเป็นเรื่องใหญ่เลยที่เดียวที่ผมจะไปคนเดียว
แต่มันช่วยไม่ได้ ต้องให้ผู้คนไปหลบอยู่ที่ปลอดภัยก่อนเดียวจะโดนลูกหลงไปด้วย
“ไม่นะนายจะไปคนเดียวไม่ได้” โมพูด แล้วผมก็หยุด “แม้เราเจอกันได้ไม่นาน
แต่รับรองเราจะไม่ทำให้นายผิดหวังแน่ ทำหน้าทีนายต่อไปและเร่งรีบที่สุด
ไม่ต้องห่วงเราหรอก” แล้วผมก็วิ่งออกไป “เอาละในเมื่อเรา
ได้รับหน้าที่มาแล้วก็รีบทำซิเดียวจะไม่ทันโดนัทเขาดูแลตัวเองได้เขาต้องกลับมา
แค่จัดการกับพวกลูกน้องตัวกระจ๊อกเองเร็วเดียวจะไม่ทัน”
เฮเลนน่าพูด “อืมเราต้องทำเดียวนี้” แล้วโจก็มาช่วยเฮเลนน่ามาประคองโมไปที่ๆปลอดภัย
แล้วก็ไปช่วยคนอื่นๆต่อ ตอนนั้นเวลามันเหมือนผ่านไปเรามาก
แปปเดียวผู้คนก็ไปหลบจนเกือบหมด “โจเธอไปช่วยโดนัทก่อนไปตรงนี้ฉันดูแลเอง”
เฮเลนน่าพูด ใบหน้าเหงื่อแตกโชค “ได้เลยฝากตรงนี้ด้วยนะ”
แล้วโจก็รีบวิ่งท่ามกลางหมอกออกไป โจมองแล้วอึ่งไปเลย
มีศพมากมายกลิ่นเหม็นเน่าเริ่มฟุ้งนิดๆ แล้วโจก็วิ่งต่อไปโดยไม่มองด้านข้าง
มีเสียงฟันได้อยู่แปปเดียวแล้วก็เสียงนั้นก็หายไป
โจมองเห็นการต่อสู้นั้น โดนัทกำลังโดนปีศาจรุมอยู่ โดยไร้ทางสู้แล้ว “โดนัท”
โจร้องเสียงหลงแล้วโดนัทก็หมดสติไป ล้มลงกองบนพื้น
โจรีบวิ่งไปสุดชีวิตแต่จากจุดที่โจยืนอยู่จนถึงที่โดนัทหมดสติก็ราว 20เมตรได้
มันไกลมากถ้าให้โจวิ่งออกไป
คงไม่ทันแน่แต่ยังไงความเป็นเพื่อนและพลังมันเริ่มก่อตัวขึ้นราวกับมีพลังวิณญานมาสิง
ทำให้โจมีพลังมากขึ้น เขาเลยวิ่งได้เร็วมากขึ้นแต่ก็ยังไม่สามารถช่วยโดนัทได้
เขาโดนปีศาจมีปีกอุ้มไปแล้วลอยไปกับหมอกควันที่อยู่ตรงหน้า
เพียงอีกนิดเดียวเท่านั้น ถ้ามันไม่มีปีศาจมาขวางซะก่อน
แต่ด้วยพลังที่โจได้มานั้นเข้าใช้ดาบอันเล็กเรียวฟันเพียงครั้งเดียวทำให้ปีศาจหายไปหมด
พอโจมองอีกทีปีศาจนกก็ลอยสูงจนเป็นเงาลางๆ ไม่ว่าจะยังไงเป็นอะไรมีรู้
เหมือนโจสมองคิดได้รวดเร็วมากมาย เพียงเสียววินาทีที่เขาปาดาบเล็กที่รวมกับพลังจิตลมของเขา
ทำให้มันมีพลังมากขึ้นเป็นสิบเท่าพุ่งไปที่ร่างของปีศาจ
ตัวปีศาจได้ฉีกจาดเป็นสองท่อน ร่างของโดนัทที่หมดสติก็ร่วงลงบนพื้นดังตุบ! “โดนัท ...โดนัท....”
โจพูดไปวิ่งไปเหมือนตอนนี่โจไร้แรงที่จะเดินต่อไป แต่ด้วยความที่ว่าเขาเป็นคนมีพลังจิตเข้า
เลยใช้มันอย่างมีประโยชน์โดยการอุ้มตัวเขาลอยไปที่โดนัทตกพร้องมับส่งกระแสจิตไปยังเฮเลนน่า
“...เฮเลนน่าตอนนี้ฉันได้ช่วยโดนัทแล้วเขาหมดสติเธอมาพาเขากับฉันไปด้วย
ฉันไม่ไหวแล้ว...เอือก” ตุบ โจล้มไปอีกคนท่ามกลางสงครามที่กำลังจะจบลง
“โจ...โดนัท.. ฉันจะรีบไปช่วยเอง....พี่คะเดียวหนูไปช่วยคนอื่นก่อนนะคะ”
“โอยหนูลุงจะไม่ไหวแล้วน้าเธอมาช่วยฉันก่อนไม่มีคนช่วยแล้ว”
ทันใดนั้นมีคนมาแตะไหล่เฮเลนน่า “โมเธอยังไปไม่ได้นะเธอบาท...”
“ไม่ต้องพูดแล้วน้าฉันเบื่อที่จะมานั้นดูเพื่อนของตัวเองต้องเจ็บ
ฉันก็ไม่ใช่คนเย็นชาซักเท่าไรหรอกนะ” ว่าแล้วโมก็วิ่งออกไปยังที่โจและโดนัทอยู่


ตอนที่ 9 จิตใจ

“โดนัท โจ ย๊าก!! นายอยู่ไหน”
ระหว่างที่โมเหวี่ยงดาบไปมาที่เขาได้จากปีศาจที่ตายแล้วแถวนั้น
“ทำไมแผลมันชั่งเกะกะจริงๆเลย”
แผลที่กำลังปิดตัวก็ได้แตกออกทำให้มันยิ่งแย่เข้าไปใหญ่
โมเดินไปเรื่อยๆขณะดาบที่ลากกับพื้นไปตามทางที่โมเดินไปมา “โจ โดนัท
นายอยู่ไหน” “อยู่นี่” เสียงหนึ่งแว่วมา “นั่นเสียงโจนี่ โจ โจ นายอยู่ไหน”
“อยู่นี่”
โมเดินไปตามเสียงแต่ดันเจอปีศาจล้อมรอบแบบคุ้มกับไปอยากให้โจโดนัทไปไหน หรือจะเรียกว่าเป็นตัวประกัน
โอยอะไรจะซ้ำซ้อนอย่างนี้นะ “โมโหแล้วน้าเจ้าพวกบ้า ย๊าก”
โมระเบิบความโกรทออกมา มันคงจะเรียกว่าใช้ความโกรธให้เป็นพลังละมั้ง
ทำให้มีพลังเพิ่มขึ้นจนทำให้ลูกแก้วดินที่เขาติดตัวมาด้วยเปล่งประกายออกมา
จนทำให้ดินแตกเป็นทางแยกวงกลมดูเหมือนโมจะควบคุมทิศทางการแตกของดินได้ด้วยละซิ
โมทำให้พวกปีศาจตกหลุมไปในดินที่แตกแยกจนดูเหมือนเหวลึก
และเหลือที่ไว้ให้โดนัทกับโจได้นอนพอปีศาจตกหลุมหมดเขาก็ปิดเหวนั้นกับเป็นเหมือนเดิม
โมล้มลงเหมือนที่ขาหมดแรงยั่งกับโดนเจาะยาง “ไหวไหมโม”
โจพูดขณะกำลังลุกและอุ้มโดนัทที่ยังหมดสติ “ไหว ไปต่อไป
ไปรีบกลับเร็วก่อนที่มันจะมาอีก” ทั้ง
สองช่วยอุ้มโดนัทที่หมดสติและไร้เรี่ยวแรงอ่อนปวกเปียก ทั้งคู่อุ้ม
ไปยังที่หมู่บ้าน
และนอนไปยังพื้นแข็งๆที่ไร้ความสุขดูเหมือนมันจะลุกเป็นไฟให้ได้ถ้าลุกได้อะนะ
“ดีใจที่เห็นพวกนายอีกนะ”เฮเลนพูด
เอาละตอนนี้เสียงสงครามเสียงฝีเท้าต่างๆ ทุกสิ่งที่บ่งบอกว่ามีสงครามมันจบแล้ว
แต่มันยังมีเสียงโอดครวนของผู้คนที่บาดเจ็บ
“ไปซะปล่อยพวกเราไว้ตรงนี้ไปช่วยคนซะก่อนพวกเรามันอึดจะตาย เธอไปซะนะ”
“แต่...” “ไม่มีคำว่าแต่ ไปเดียวนี้” “อืม” โจไปพูดแบบเด็ดขาด
และแล้วพวกเด็กๆที่จะว่าโชคร้ายก็ไม่ใช่หรือจะเป็นชะตาลิขิตนั้นก็หลับ
“ที่นี่ที่ไหนละ” โจพูด
“ในอีกโลกหนึ่งไงละ”เสียงหนึ่งที่รู้จักและเริ่มคุ้นเคย
“โดนัทบอกทีนี่มันอะไรกัน ทั้งมืดแล้วก็หนาวเหมือนตายไปแล้วเลย”
ก็ใช่นะซิ
ต้องขอโทษทีที่จะบอกว่าพวกนายตายแล้วจริงๆ”
“เสียงหนึ่งพูดขึ้นแต่มันไม่เคยได้ยินเลยสำหรับเด็ก3คนที่ยังนั่งงง
“ขอแนะนำตัวนะฉันคือเทพแห่งความตายหรือจะเรียกว่า เดจ ก็ได้นะ”
“หมายถึงความตายนะเหรอ” “ใช่เก่งนิ” โดนัทพูด
“ฉันจะมาบอกว่าถึงพวกนายจะตายแล้วนั่นแต่พวกนายยังมีหน้าที่ต้องทำรู้ไหมว่านี่เราคุยมากี่วันแล้ว”
“หาเรายังคุยไม่ถึง10นาทีเลยนะ”
“ไม่หรอกนายนะยังไม่รู้โลกข้างบนนะเดินเร็วกว่าเราหลายเท่านัก
พวกเจ้าจงกลับไปดีกว่าก่อนที่จะกลายเป็นคนย่าง” และแล้วเสียงดัง
ซูบๆๆแล้วก็มีแสงสว่างเข้าหน้า “....หืม.....แสบตาจัง นี่ที่ไหนละนี่”
โดนัทพูดอย่างสะลืมสะลือ “โดนัท โจ โม พวกเธอยังไม่ตาย
ฉันดีใจจริงๆที่เธอยังไม่จากฉันไป รู้ไหมนี่ผ่านมากี่วันแล้ว
“เป็นวันแล้วเหรอ” พูดแบบคนพึ่งตื่นเช่นกันกับโดนัทและโม
“ใช่พวกเธอตายไปแล้ว2วันฉันนึกว่าต้องใส่ชุดดำซะแล้ว”
ชุดดำในนะที่นี้หมายถึงชุดไว้อาลัยคนตาย
“หมอผีที่นี่บอกว่าถ้าเธอไม่กลับมาภายใน3วันแปลว่าเธอโดน
เดสพาไปยังโลกใต้สุดของทั้งปวง
เขาบอกว่าคนที่กลับขึ้นมานั้นต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งจริงๆ เท่านั้น”
“งั้นพวกเราก็รอมาแล้วนะซิ”
โมพูดอย่างไม่ค่อยจะรู้เรื่องเหมือนจิตของเขาแบ่งเป็น2คน
ทุกคนเดินลงมาจากเตียงที่ทำขากให้ไหม้ที่แหล้งและตายทั้งหมดเป็นสมุนไพร
เพื่อที่จะได้รักษาพวกเธอทุกคนด้วย
อย่างน้อยถ้าพวกเด็กๆตายศบเขาจะได้ไม่ดูมีบาทแผลมากนัก
ทุกคนยังซึมและมึนๆอยู่กันทุกคน
แต่สิ่งแต่ไปนี้ต่างหากที่มันจะแย่กว่านี้........

บทที่ 10 ท้าทายขุมนรก

“อะทำไมเราอยู่ในโลกขุมนรกแปปเดียวจังเลยละ” โมพูดแบบสติยังไม่ครบส่วนประกอบ
“หรือนายอยากอยู่ในนั้นไปเลยชั่วชีวิตละโม” โจพูด “นี่นายตื่นดียังนี่ ละเมอเหรอ”
เฮเลยน่าเสริม “คงใช่ละนะ อะแบร้ โอยปวดไปทั้งตัวเลยแผลก็ยังไม่หายเจ็บ
สงใสยังช้ำอยู่” โมละเมอต่อสติคงยังไม่ครบจริงๆ
“ก็ฉันบอกแล้วว่าช่วยให้ศบไม่มีแผลแต่ก็ไม่ได้บอกว่าอาการจะหายตาม เสียดายจังเลย”
เฮเลนน่าพูดย้ำ “อืม..........ปวดหัวจริงจริง” โดนัทพูด
“พวกนายนอนพักแล้วกันฉันจะได้ไปเตรียมน้ำเตรียมล้างชุดเกราะแล้วก็อาหารสำหรับพวกเรา”
เฮเลนน่าบอกแล้วก็เดินลงบันไป “ให้หนูช่วยไหมคะ”
“ไม่เป็นไรจ๊ะเฟอร์เบอร์เธอไปพยาบาลคนป่วยก่อนแล้วกันนะ” “คนป่วยนี่ที่ไหนคะ
ที่ชั้น2หรือที่อยู่ตามบ้านอื่นคะ”
“ตามบ้านอื่นซิพวกข้างบนนั้นอึดเห็นไหมละตายมาแล้วครั้งหนึ่งยังไม่เป็นไรมากเลยไม่จำเป็นหรอ”
“เอ่อแต่.......”
“เอาน่าไปได้แล้วพวกนี้ฉันจัดการเอง”.....แล้วก็มีเสียงปิดประตูแบบพยามให้เงียบเฉียบแต่บานพับ
ของประตูมันเสียงเอียดอาด
“......อืม.......เฟอร์เบอร์นี่ใครนะอยากรู้จริงๆสงใสเด็กในหมู่บ้านละมั้ง”โดนัทนึกในใจแต่ก็ไม่ค่อยได้สนใจอะไร
“โม....โม....โม...โม” เสียงที่คุ้นๆเหมือนพึ่งเจอกัน
“โมตื่นซิ....ตื่น....ตื่นซิวะฉุนกำลัง2แล้วนะโวย” “หืม....มีอะไรอีกหาโดนัท”
“เฮ้ยนี่เดสโวยโดนัทไม่ได้มา” “อ้าวเหรออุยโทษ”
แล้วโมก็ค่อยลุกขึ้นจากที่ตัวเองนอนแบบแผ่กิ่งก้านสาขาที่อยู่ในความมือแล้วมีแสงอยู่บนหัวเท่านั้น
พูดง่านๆก็เหมือนเดิมกับตอนตายนั่นแหละ
“อะนี่เราตายอีกแล้วเหรอ”โมพูดแบบเซ็งๆและสติยังไม่ครบเหมือนเดิม.....
“เปล่านี่นายอยู่ในฝัน ฉันจะมาบอกว่า....” “อ๋อรู้แล้ว
นายจะบอกว่านายตายไปแล้วใช่ไหมละ 555 หรือจะบอกว่าฉันเป็นอมตะ5555”
“ฉุนกำลัง5แล้วนะโวย” “อ้าวเหรอโทษที555
แบร้”โมแลบลิ้นโดยไม่ตั้งใจเพราะสติยังไม่ครบอย่างสมประกอบ.....
“ใจเย็นๆเดสอย่าเป็นคนโกรทงี้ซิเดียวหมดหนุกหรอก”
“โอเคทำตามนายก็ได้ฉันจะมาบอกว่า....” “อ๋อ จะบอกลาฉันใช่ไหมล้า555”
“โมฉันใจเย็นที่สุดแล้วน้า โวยยยยย......เอาละเอาละใจเย็นๆ
ฉันจะบอกนายว่าอย่าท้าดีกับฉันไม่งั้นนายอาจไม่ได้ลาพวกของนายแน่ๆจำไว้ไปได้แล้ว”
แล้วการถกเถียงก็จบลง จากที่โมมองฉัดก็ค่อยๆลางจางแล้วเขาก็ตื่น
“เฮ้ย....เฮือก.....” โมหายใจอย่างรุนแรง “สวัสดีตอนสายโม”
เฮเลนพูดและโจกับโดนัทล้อมรอบ
“ดูเหมือนนายสุขสบายมากดูแบบว่ายิ้มทั้งคืนฝันอะไรมาละ”โจถามอย่ากึ่งขำไปด้วย
“ความสุขบ้าอะไรเมื่อกี้ฉันพึ่งเจอกับเดสเอง” “โม้น่า” โดนัทพูด
“จริงๆฉันไปกวนและท้าทายเขา
เขาเลยเข้าฝันเรา.......ถ้าเราไปท้าอีกเราก็คงไม่ต้องเจอพวกนายอีก.....ทำไมต้องเป็นเราละโถ่
ทำไมสติต้องไม่ครบตอนนั้นด้วยละนี่” “เอ่อ......ถือว่าฟาดเคราะแล้วกันนะโม”
โจปลอบอีกนิด
“พี่เฮเลน หมอต้องการหน่วยพยาบาลด่วนคะ” “จ๋าไปละเฟอร์เบอร์”
แล้วเฮเลนน่าก็วิ่งลงไปที่ชั้น1และออกไปด้วยความเร่งรีบเพราะได้ยินเสียงปิดประตูเสียงดังมากๆ
“อืม.......กินอาหารเช้าก่อไหมโม” โจพูด
“เอ่ยโมไปล้างหน้าก่อนซิอยู่ข้างล่างนะลงบันไดไปก็เห็นแล้ว” โดนัทขัดโจ
แล้วโมก็ลุกจากเตียงพร้องเอามือข้างซ้ายกุมหัวไปด้วยขณะลงไปข้างล่าง
โจกับโดนัทซ่ายหน้าแบบ....เซ็ง
เสียงเปิดน้ำละเสียงร้องอ้ากเบาๆแบบอยากปลดปล่อยเหลือเกิน.......

โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ตอนที่11 สิ่งตรงกันข้าม

โมเดินขึ้นมาทำหน้าเบื่อๆและมีน้ำอยู่ชุ่มหน้าเลย
“เอ่อ....พวกเราไปเดินเล่นกันไหม” โจพูดเพราะมันเงียบเหลือเกิน
“นายคิดว่าเราควรเหรอ เราคิดว่าข้างนอกมันเงียบ นายจำตอนที่หมอกลงได้ไหมละ
ฉันคิดว่าตอนนั้นคงเหมือนตอนนี้นั่นแหละฉันว่าพวกนายคงไม่ต้องการบรรยายแบบนั้นหรอกนะ”
โดนัทพูดอย่างขี้เกียดที่จะไปไหน นอกจากจะไปซุกในมุมหนึ่งของห้องเพราะเขาเบื่อมากๆที่ต้องมานั่งเฉยๆ
แถมแผลก็ยังไม่หาย ไม่งั้นทั้ง3 คงไปเล่นตีดาบ หรือฝึกดาบไปแล้วละมั้ง
แต่นี่มันอะไรกันนะพวกเราบาดเจ็บถ้าทำอะไรแรงๆเดียวแผลก็เปิด โถ่ไม่น่าเลย
“พวกเราน่าจะรีบๆหายไวๆนะฉันละเกลียดเวลาที่ต้องพันแผลอยู่ตลอด” โจเสริมแนว
พวกนายอย่ามามกมุ่นเลยมาช่วยกันทำอะไรกันดีกว่า
“ฉันว่าเรามาคิดกันดีกว่านะว่าพวกปีศาจมันเป็นยังไงฉันหมายถึงวิเคราะข้อมูลนะว่ามันจะทำอะไรกับพวกเราต่อไปอีก”
โดนัทพูดอย่างพยามให้สถานการดีขึ้นอีกนิด
“ถ้าจะทำงี้เราควรไปดูนะว่าพื้นที่ทั่วหมู่บ้านนะ”
โจพุดแต่ก็พลางเอนตัวนอนกับฟูกที่ปูด้วยยาสมุนไพร “
งั้นลองคิดว่าถ้ามันมาในรูปแบบเดิมเราจะทำไงดีละ หรือจะเป็นรูปแบบอื่น
เอ...งั้นถ้ามันมาแบบใหม่ตอนที่แผลเรายังไม่หายละ
งี้เราก็ต้องสู้นะซิแผลก็เปิดแล้วจะสู้ไงเหรอ”โจพูดอย่างกังวลเล็กน้อย
“ก็เพราะงี้นี่แหละเราถึงต้องมานั่งนอนพัก” เฮเลนน่าเดินขึ้นมาพร้อมเท้าสะเอว
ยืนหน้าบูด ทุกคนอึ่งทึ่งและวิ่งจู๊ดกับพี่นอนผมเองและก็ ครอกฟี้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“ไม่ห่วงตัวเองเลยนะพวกเธอนี่” “ก็พวกเราเบื่อนิ” ผมก็บอกไป
“ฉันรู้ว่าพวกเธอก็เหนื่อย เจ็บ
แต่เธอไม่คิดถึงพวกคนที่ตายและโศกเศร้าเลยเหรอแล้วฉันละ ฉันก็เหนื่อยนะ”
เฮเลนพูดอย่างโกรท เห็นได้ชัดว่าเธออยากร้องไห้เต็มทน
แล้วเธอก็เบี่ยงหน้าแล้วเดินออกไป
“ที่ฉันมาช่วยเพราะหน้าที่ไม่ได้เห็นแก่พวกนะจะบอกให้
เอาไว้คุยกันพรุ่งนี้เรื่องงสำรวจพื้นที่รอบหมู่บ้าน” แล้วโมก็หันไปนอน
เขาพูดแบบไม่สนใจและเหมือนเขากลับมาเป็นตัวของตัวเองแล้ว
อย่างน้อยตอนนี้โมก็กลับเป็นเหมือนเดิมแล้ว ก็แค่อย่างน้อยละ วันนี้
ตอนที่เราตื่นมาก็ใกล้เย็นแล้ว ถึงตอนนี้ก็พึ่งมืดพอดี
พวกเราก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ผมก็เลยคิดว่าคงนอนเล่นนั่นแหละเดี๋ยวก็หลับเอง
ส่วนโจก็ยังคงทำหน้างง เหมือนกำลังเศร้ากับคำพูดของเฮเลนอยู่
ไงก็ตามเขาก้มหน้าซักพักแล้วค่อยหันหลังแล้วนอน
ส่วนผมตอนนี้ก็เป็นคนเดียวที่ยังตื่นอยู่ แล้วซักพักผมก็หลับไป แล้วเห็น
สัตว์ที่มีสัตว์หลายๆชนิดมารวมกันใบหน้าคล้ายกวางมีมีเขาใบหน้าอ่อนโยน
แต่มีความใหญ่คล้ายหัวของม้า
ลำตัวสูงใหญ่กำยัมเป็นรูปม้ามีหางเป็นงูที่ปล่อยยาวเกือบจรดพื้นและยังพรางตัวในหางของม้า
มันมองมาที่ผมแล้วมันเริ่มกรีดร้องและกระโดดไปมาแล้วในตาของมันค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงรอบดวงตาเริ่มลุกเป็นไฟแล้วลามไปยังเขาที่อยู่บนหัว
แล้วมันก็หยุดร้อง
ท้องฟ้าเริ่มดำขรึมแล้วก็มีแสงทอดเพียงที่ม้าตัวนั้นผมก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรดี
แต่ดูแล้วเปลี่ยนจากอ่อนโยนเป็นดุร้ายน่าเกรงขามทันที
แล้วม้าก็หันมามองทางผมแล้วเราเดินมาที่ผม
ทุกย่างเก้าที่มันเดินมาขาข้างซ้ายได้ทำให้ดอกไม้สิ่งมีชีวิตตายเหี่ยวเฉา
แต่ขาข้างขวาทำให้ดอกไม้บานสดใส เหมือนว่ามันเป็นผู้สร้างและผู้ทำลายในคนเดียวกัน
แล้วผมก็ตื่นด้วยเสียงโครมคราม ผมมองไปรอบห้องแล้วทุกคนก็มองที่ผม
มันคงมีเรื่องอะไรบางอย่างที่ใดซักแห่งในบ้านเป็นแน่
โจลุกแล้วเดินนำไปแล้วผมกับโมก็ค่อยลุกแล้วเดินตาม
“เฮเลนน่า!”แล้วผมก็เห็นพุ่งไปที่บันได ผมก็วิ่งตามไป เห็นเฮเลนน่าที่โจอุ้มขึ้นมา
ใบหน้าเธอซีดและเหงื่อแตกมา จนดูไร้สติ โจเลยอุ้มเธอไปที่เตียง
“โดนัทนายไปตามหมอมาที่นี่ โมนายไปตักน้ำและผ้ามาที่นี่”
แล้วผมก็วิ่งออกไปอันที่จริงผมกระโจนเลย
แล้วก็วิ่งไปที่บ้านของหมอที่อยู่อัดจากบ้านไปอีกสองหลัง ระหว่างทางเวลาเหมือนหยุด
เพราะตรงหน้าผมมีกองเลือดไหลตามร่องของหินไหลเป็นทางไปจนผมมองไม่เป็นที่มาและที่จบของสาดเลือดนี้
อย่างไรก็ตามผมไม่ค่อยสนใจเลยวิ่งไปเคาะที่ประตูของบ้านหมอ เสียงดังตะโกนโวยวาย

ออผมเกือบลืม ผมชื่อโดนัท ใช่ชื่อในแพนทาวน์ว่า donutwin

 
home
story
character
products
news!
activity
saint seiya links
downloads
member webboard
fan zone
faq.
 












 
thaisaintseiya.com
Copyright. by Kurumada Masami, Japan. All Rights Reserved.
Copyright©2004 Thaisaintseiya.com, Inspired from "SAINT SEIYA" 
In cooperation of "Sense of Saint Seiya homepage" (since1999) & "Feelthecosmo.com" (since2004)
Email : [email protected] , [email protected] , [email protected]